ไทยประกันชีวิต ทีแอล ไลฟ์ โซลูชั่น 99/99 (ยูนิตลิงค์)
จำนวนคนที่ดูแผนประกันนี้ คน
ไทยประกันชีวิต
ทีแอล ไลฟ์ โซลูชั่น 99/99 (ยูนิตลิงค์)
คุณเลือกออกแบบได้เอง
ไทยประกันชีวิต
ทีแอล ไลฟ์ โซลูชั่น 99/99 (ยูนิตลิงค์)
คุณเลือกออกแบบได้เอง

ทีแอล ไลฟ์ โซลูชั่น 99/1
(ยูนิตลิงค์)

ทีแอล ไลฟ์ โซลูชั่น 99/99 (ยูนิตลิงค์)

ทีแอล ไลฟ์ โซลูชั่น 99/99 (ยูนิตลิงค์) "คุณเลือกออกแบบได้เอง"

ประกันชีวิตที่ ให้ความคุ้มครองสูงกว่าที่เคยมี ให้คุณมีอิสระในการวางแผนทางการเงิน ปรับเปลี่ยนได้ตามจังหวะชีวิต และมีอิสระในการวางแผนการลงทุน สามารถจัดสรรการลงทุนให้ตรงกับรูปแบบชีวิต ที่คุณต้องการ พร้อมโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่า จากหลากหลายกองทุนที่บริษัทฯ คัดสรรมาเป็นอย่างดี ควบคู่ความคุ้มครองชีวิตตลอดสัญญา

แบบประกันภัยนี้เหมาะกับใคร

  • ผู้มีความเสี่ยงในการทำงาน
  • วางแผนการเงินหลังเกษียณ
  • ต้องการมีเงินออม
  • ช่วงอายุ 1 เดือน - 70 ปี
  • เลือก...ความคุ้มครองชีวิตสูง สูงสุดถึง 120 เท่าของเบี้ยฯ (*)
  • เลือก...ปรับเปลี่ยนได้ตามจังหวะชีวิต สามารถเพิ่ม/ลดความคุ้มครอง,เพิ่ม/ถอนเงินออมได้ตลอดเวลา หรือหยุดพักชำระเบี้ยฯ ตอบโจทย์ ทางการเงินในทุกช่วงของชีวิต(**)
  • เลือก...รับผลตอบแทนสูง จากหลายกองทุน ที่บริษัทฯ คัดสรรมาเป็นอย่างดี
  • เลือก...รับอิสระในการลงทุน บริษัทฯ จะช่วย วางแผนการลงทุนด้วยกองทุนแนะนำ 3 รูปแบบ หรือเลือกจัดสรรการลงทุนให้ตรงกับรูปแบบ การใช้ชีวิตได้ตามที่ต้องการ

(*)จำนวนเงินเอาประกันภัยสูงสุด 120 เท่าของเบี้ยประกันภัยหลักเพื่อความคุ้มครอง สำหรับเพศหญิงอายุ 1 เดือน - 35 ปี เท่านั้น
(**)ข้อกำหนดและเงื่อนไขของการเพิ่ม/ลดความคุ้มครอง การเพิ่ม/ถอนเงินออม จำนวนเงินขั้นต่ำและขั้นสูงเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด ทั้งนี้ สามารถพักการจ่ายเบี้ยฯ ได้เมื่อชำระเบี้ยประกันภัยหลักเพื่อความคุ้มครองครบ 2 ปี และกรมธรรม์มีมูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนเพียงพอ ในการชำระค่าธรรมเนียมกรมธรรม์
“เอกสารนี้เป็นเพียงการสรุปผลประโยชน์โดยสังเขป และขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณารับประกันตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ ทั้งนี้ เงื่อนไขและความคุ้มครองอย่างสมบูรณ์จะถูกระบุอยู่ในกรมธรรม์ที่ท่านซื้อไว้เท่านั้น”

บริษัทฯ ขอแนะนำกองทุนที่เหมาะสมกับระดับความสามารถในการยอมรับความเสี่ยง จากการประเมินความเสี่ยง และการยอมรับผลกำไรหรือขาดทุนจากการลงทุนของท่าน โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ กลุ่มผู้รับความเสี่ยงได้ต่ำ กลุ่มผู้รับความเสี่ยงได้ปานกลาง และกลุ่มผู้รับความเสี่ยงได้สูง ดังต่อไปนี้

กลุ่มผู้รับความเสี่ยงได้ต่ำ (Conservative)

TMBABF : 100%
สำหรับนักลงทุนที่อยากได้ผลตอบแทนมากกว่าเงินฝาก แต่ไม่ชอบความผันผวนมาก อยากเห็นผลตอบแทน ค่อนข้างคงที่ และค่อยๆ สะสมเพิ่มขึ้น มุ่งรักษาเงินต้นที่ลงทุนไปตลอดช่วงเวลาการลงทุน (2 ปีขึ้นไป) พอร์ตการลงทุนนี้จะบริหารจัดการโดยผู้จัดการกองทุนที่เน้นลงทุนในตรงสารหนี้คุณภาพสูงทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยดูแลป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ

กลุ่มผู้รับความเสี่ยงได้ปานกลาง (Moderate)

CIMB-PRINCIPAL iBALANCED-C : 100%
สำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงมากขึ้น แต่อยากกระจายการลงทุนทั้งในหุ้นสามัญและตราสารหนี้ แต่ไม่มีเวลาติดตามตลาด กองทุนนี้บริหารจัดการโดยผู้จัดการกองทุนมากประสบการณ์ ซึ่งทำหน้าที่ ติดตามภาวะตลาด และเลือกจัดสรรการลงทุนระหว่างหุ้นและตราสารหนี้ตามภาวะตลาด

กลุ่มผู้รับความเสี่ยงได้สูง (Growth)

KFSEQ : 100%
สำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้มาก เน้นลงทุนในหุ้นเพราะเชื่อมั่นว่าในระยะยาวแล้วหุ้นจะให้ผลตอบแทนได้สูงกว่าหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า มีเวลาในการถือครองกองทุนดังกล่าวนี้ โดยระยะเวลาการถือครองไม่ควรต่ำกว่า 3 ปี กองทุนนี้จะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีคุณภาพและมีการเติบโตสูงซึ่งเชื่อว่า จะสามารถเพิ่มมูลค่าของเงินลงทุนได้มากในอนาคต

  • 1 เดือน – 70 ปี
  • 1. เบี้ยประกันภัยหลักเพื่อความคุ้มครอง (RPP) ไม่น้อยกว่า 12,000 บาทต่อปี
    2. เบี้ยประกันภัยหลักเพื่อการออม (RSP) ไม่น้อยกว่า 12,000 บาทต่อปี และ จะต้องไม่เกิน 5 เท่า ของเบี้ยประกันภัยหลักเพื่อความคุ้มครอง
  • เบี้ยประกันภัยเพิ่มพิเศษ (Top-Up) ไม่น้อยกว่า 12,000 บาท ต่อครั้ง และต้องไม่เกิน 120 ล้านบาท ต่อปีต่อกรมธรรม์์
  • จำนวนเงินเอาประกันภัย :
    ผู้เอาประกันภัยสามารถกำหนดจำนวนเงิน เอาประกันภัยได้เอง และปรับเปลี่ยนได้ ตามข้อกำหนด (อยู่ระหว่าง ขั้นสูง – ขั้นต่ำ) ทั้งนี้ เมื่อผู้เอาประกันภัยอายุครบ 61 ปีขึ้นไป และตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1 เป็นต้นไป สามารถขอลดจำนวนเงินเอาประกันภัยเป็น 5 เท่า ของเบี้ยฯ RPP ได้
    จำนวนเงินเอาประกันภัยครั้งแรกจะคำนวณจาก จำนวนเท่าของเบี้ยประกันภัยหลักเพื่อความคุ้มครอง (RPP) ที่ชำระต่อปี ตามตารางด้านล่าง



    หมายเหตุ สำหรับภัยมาตรฐาน
  • บริษัทฯ จะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยสำหรับเบี้ยฯ RPP บวกกับจำนวนเงินเอาประกันภัยสำหรับเบี้ยฯ RSP บวกด้วยมูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุน